วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2550

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ อำเภอกาบัง


Free Image Hosting at www.ImageShack.us
Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เวลา 09.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมามนัสการพระครูปิยธรรมนิเทศก์ เจ้าอาวาสวัดบาละ ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา และเยี่ยมเยียนชาวบ้าน ชุด ชรบ อรบ โดยมีนายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายกฤษฎา บุญราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายณัฐกฤช
สิทธิโอสถ นายอำเภอกาบัง และราษฎรในพื้นที่ให้การต้อนรับจำนวนมาก

Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us

โดยพล.อ.สุรยุทธ์ได้พูดคุยกับชาวบ้าน สอบถามถึงความเป็นอยู่ โดยเฉพาะนายสวัสดิ์ ตันสกุล อายุ 75 ปี
อดีตกำนันตำบลบาละคนแรก ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจสอบถามถึงสุขภาพ นายสวัสดิ์ได้สอบถามถึงสุขภาพของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ตอบว่า สบายดี แต่งานบางอย่างก็ทำไม่ได้แล้วเหมือนกัน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้ามนัสการพระครูปิยธรรมนิเทศก์ โดยเจ้าอาวาสได้มอบวัตถุมงคลให้แก่นายกรัฐมนตรี พร้อมขอให้นายกฯ ดูแลวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากขึ้น และขอให้แก้ไขปัญหาความไม่สงบโดยเร็ว ซึ่งทางนายกฯ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการแก้ปัญหา

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์เดินทางไปยังสถาบันปอเนาะอัลฟาเตฮ (ปอเนาะป่าพร้าว) ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา โดยมีนายอับดุลรอนิง ดาแม โต๊ะครูปอเนาะป่าพร้าว และนักเรียนรอรับจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียน และพูดคุยกับเด็กนักเรียนโดยเน้นเรื่องหลักสูตรการศึกษาด้วย

พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ตั้งใจมาที่นี่เพราะต้องการดูความคืบหน้าการก่อสร้างโบสถ์วัดบาละ ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาพอสมควร และคาดว่าจะเสร็จในเร็วๆ นี้ เนื่องจากกระเบื้องได้ลำเลียงมาแล้ว แต่สิ่งที่อยากบอกให้พี่น้องทราบคือ ความร่วมมือร่วมใจความสามัคคีของชุมชนใน ต.บาละ ที่มีทั้งคนไทยพุทธและไทยมุสลิม อย่างเหตุร้ายไม่เกิดขึ้นแต่มันอาจจะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ เป็นธรรมดาของชุมชน แต่ถ้าเหตุร้ายแรงไม่มีในพื้นที่นั่นหมายถึงว่าผู้คนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือ การสร้างความสงบในการพัฒนาชุมชนให้มีความก้าวหน้าต่อไป เยาวชนมีการศึกษาที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะในด้านใดๆ ก็ตาม มีอาชีพที่รองรับที่ดีขึ้นในอนาคต นั่นก็เป็นความหวังของเราทุกคน และเป็นจุดมุ่งหมายที่รัฐบาลพยายามจะไปสู่จุดนั้น

"ในส่วนของนายอับดุลรอนิง ดาแม ก็ได้คุยกันในเรื่องทางด้านการศึกษา และได้คุยกันมานานแล้ว ผมรู้จักกับท่านมานานพอสมควร ได้พูดคุยกันถึงเรื่องการส่งเสริมการศึกษา ท่านก็ขอให้ส่งเสริมทางด้านการสอนอาชีวะให้มากขึ้น เพราะว่าชุมชนบริเวณนี้ก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ซึ่งไม่ค่อยจะมีทุนทรัพย์ในการส่งลูกหลานไปเรียนด้านสามัญมากนัก ก็อยากจะให้มีการสอนในวิชาชีพมากขึ้น ก็จะรับไปแล้วก็จะดำเนินการให้" นายกรัฐมนตรีกล่าว (เนื้อหาข่าว บางส่วนคัดลอก จาก นสพ.ข่าวสด)


Read More......

ข้อมูลทั่วไป


ประวัติ
เดิมอำเภอกาบังแยกมาจากอำเภอยะหา จังหวัดยะลาในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2534 ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2533 คำว่า "กาบัง"หรือ"กาแบ" เป็นภาษามลายูพื้นเมืองที่เรียกพันธุ์ไม้คล้ายกับเงาะ ซึ่งก็คือเงาะพันธุ์หนึ่งแต่แตกต่างตรงที่ "ผล"ของพันธุ์ไม้ชนิดนี้คือมีผลกลม ผลใหญ่ ขนเกรียน ดูเพียงขรุขระ แต่ไม่มีขนมากเหมือนเงาะ
ที่เรียกว่าอำเภอกาบังเพราะเรียกตามชื่อตำบล ตำบลก็เรียกชื่อตามหมู่บ้าน ตามชื่อต้นไม้ แต่จริงๆแล้วบ้านกาบัง ตั้งอยู่ใกล้ถนนยือนังไปยังบาละตรงสะพานคอนกรีต ลูกที่๒จากยือนังมองไปทางซ้ายมือ ก็จะมีต้นมะพร้าวจำนวนมากนั่นเอง เหตุที่ได้ชื่อกาบัง เพราะมีต้นกาบังอยู่ในหมู่บ้านขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1เมตร อยู่ริมทางเดินติดกับทุ่งนา (อดีตถ้าเดินทางจากบ้านกาบังถึงยือนัง จากยือนังไปอำเภอยะหาจะต้องเดินผ่านทางเข้าบ้านนี้) แต่ต่อมาต้นกาบังดังกล่าวตาย(เพราะอาจจะอายุมากก็ได้)และต่อมาหมู่บ้านนี้จึงร้างลง เพราะผู้คนไปตั้งถิ่นฐานที่อื่นหมด
1) สภาพทั่วไป
1.1 ที่ตั้งและเนื้อที่
อำเภอกาบังตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดยะลา อยู่ห่างจากจังหวัดยะลาประมาณ 40 กิโลเมตรตามเส้นทางถนนสายยะลา - บ้านเนียง - ยะหา - บันดังดามา และมีเนื้อที่ทั้งหมด 451 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 281,875 ไร่
1.2 อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ทิศใต้ ติดต่อกับ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
1.3 ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพทั่วไปส่วนใหญ่เป็นป่าเขา มีเนินสูงต่ำ สลับซับซ้อน มีที่ราบทางด้านทิศเหนือเพียงเล็กน้อย ส่วนทางทิศใต้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย มีลำคลองและลำธารไหลผ่านหลายสาย

2) ประชากร
อำเภอกาบังมีประชากรทั้งสิ้น 14,523 คน แยกเป็น ชาย 7,528 คน หญิง 6,995 คน มีความหนาแน่นเฉลี่ยต่อพื้นที่ประมาณ 29.59 คน / ตารางกิโลเมตร

3) สภาพทางเศรษฐกิจ
การเกษตรกรรม
มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญดังนี้
1. ยางพารา
2. ลองกอง
3. ทุเรียน
4. ไม้ผลและไม้ยืนต้นอื่น ๆ

4) การปกครอง
อำเภอกาบังมีการแบ่งเขตการปกครอง เป็น 2 ตำบล 18 หมู่บ้าน
1. ตำบลกาบัง จำนวน 8 หมู่บ้าน
2. ตำบลบาละ จำนวน 10 หมู่บ้าน

5) สภาพทางสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
การศึกษา
สถานศึกษาสังกัด
สปช. จำนวน 8 โรงเรียน
สศ. จำนวน 1 โรงเรียน
การศาสนา
ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประมาณ 83 % ศาสนาพุทธ ประมาณ 17 %
โดยมีสถานประกอบศาสนกิจทางศาสนา คือ มัสยิด จำนวน 15 แห่ง และวัด จำนวน 2 แห่ง
ศิลปวัฒธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
เนื่องจากในพื้นที่อำเภอกาบังประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีตามหลักศาสนาอิสลาม ได้แก่ งานฮารีรายอ งานเมาลิด งานเข้าสุนัตลิเกฮูลู ซีละ สำหรับชาวไทยพุทธ มีงานทำบุญเดือนสิบ งานบวช งานวันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา ? การสาธารณสุข
มีการให้บริการด้านการสาธารณสุข โดยมีสถานบริการ ดังนี้
โรงพยาบาล ขนาด 10 เตียง จำนวน 1 แห่ง
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
สถานีอนามัยประจำตำบล จำนวน 4 แห่ง

6) ศักยภาพและโอกาส
1. จากสภาพภูมิ ประเทศที่มีอาณาเขตที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซียอำเภอกาบังได้เสนอ โครงการก่อสร้างถนนเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง หากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถทำการค้าขายบริเวณชายแดนกับประเทศมาเลเซียได้สะดวก และจะเป็นผลให้ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
2. สภาพพื้นที่ ส่วนใหญ่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ เพราะมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ ประกอบกับถ้าได้มีกับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพไม้ผลให้มีคุณภาพดี สามารถส่งไปขายในพื้นที่ใกล้เคียง และต่างประเทศได้
3. การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ยางพารา ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่อำเภอกาบัง ยังไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมต้องนำไม้ยางพาราซึ่งมีจำนวนมากออกไปขายในตลาดที่อยู่ห่างไกลซึ่งในอนาคตสามารถที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมจากไม้ยางพารา เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ในพื้นที่
4. สถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ อำเภอกาบังตั้งอยู่ในพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะซึ่งมีเนื้อที่ 1,099 ไร่มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์ราชการของอำเภอได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้การพัฒนาในพื้นเป็นไปได้อย่างเหมาะสม การติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความคล่องตัว ตลอดจนประชาชนผู้มาติดต่อราชการสามารถติดต่อราชการได้ทุกหน่วยงานในศูนย์ราชการดังกล่าว

7) วิสัยทัศน์การพัฒนาอำเภอ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอำเภอกาบังได้รับการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ในระดับที่น่าพอใจ อำเภอกาบังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ถึงแม้ว่าในพื้นที่จะมีข้อจำกัดหลายประการที่เป็นอุปสรรค แต่ก็ยังมีจุดเด่นในเชิงภูมิศาสตร์จากทำเลที่ตั้ง ซึ่งหากได้รับการพัฒนา และสนับสนุนจากหน่วยงานโดยตรงอย่างต่อเนื่อง อำเภอสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกับภายในประเทศ รวมทั้งการมีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการพัฒนาอำเภอทั้งนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของกลไกการพัฒนาหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งโดยตรงและที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปพร้อมกัน
8) ผลิตภัณฑ์ในโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
- จำปาดะ
- ไม้กวาดดอกหญ้า


Read More......